อักษรย่อ/สี/ต้นไม้ประจำโรงเรียน
โรงเรียนบ้านทรายมูล (จันทน์รัตนานุเคราะห์) ก่อตั้งขึ้นก่อนประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษา จัดเป็นโรงเรียนแบบสหศึกษา โดยนายอำเภอเป็นผู้ก่อตั้ง ครั้งแรกอาศัยศาลาการเปรียญวัดโพธาราม บ้านหัวดอนเป็นที่อาศัยเรียน จัดการเรียนการสอนโดยคส่งครูมาจากอำเภอและพระที่จำพรรษาที่วัดช่วยสอนโดยไม่มีหลักสูตรมีจุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้คิดเลขเป็นพอสมควร
พ.ศ. 2464 เริ่มมีการใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษา ได้อาศัยวัดบ้านทรายมูลเป็นที่เรียน มีนักเรียนประมาณ 100 คน หมู่บ้านในเขตบริการคือ บ้านทรายมูล บ้านหัวดอน บ้านนาแก บ้านชาด บ้านท่าเสียว และบ้านคันลึม
พ.ศ. 2493 ได้ย้ายสถานศึกษามาเป็นโรงเรียนเอกเทศในปัจจุบัน โดยได้รับเงินบริจาคจากชาวบ้านครึ่งหนึ่ง คณะครูช่วยบริจาคครึ่งหนึ่ง อาคารได้มาจากวัสดุวัดบ้านทรายมูล
และวัดบ้านหัวดอน ปลูกสร้างตามแบบ ป.1 ซ และรัฐบาลสมทบอีกจำนวน 6,800 บาท พอเป็นที่
อาศัยเรียน เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
พ.ศ. 2513 ได้เปิดการเรียนการสอนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ป. 5 – ป.7
พ.ศ. 2517 ได้รับเงินรางวัลที่ 1 ในการประกวดโรงเรียน ขององค์การบริหาร -
ส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ได้รับมอบโล่ห์และเงินรางวัล 1,500 บาท
พ.ศ. 2520 ได้สร้างอาคารเรียนขนาด 4 ห้องเรียน 1 หลัง เป็นอาคารไม้
พ.ศ. 2521 ได้สร้างบ้านพักครู 1 หลัง และห้องส้วม 1 หลัง 7 ที่
พ.ศ. 2528 ได้รับงบประมาณต่อเติมชั้นล่าง ของอาคารเรียนที เป็นเงิน 120,000 บาท
พ.ศ. 2531 ได้รับงบประมาณสร้างส้วม 1 หลัง 4 ที่ และถังเก็บน้ำฝน 3 ถัง
พ.ศ. 2532 ได้รื้ออาคารไท้หลังที่ 1 มาสร้างเป็นอาคารเทอดพระเกียรติ
ใช้เป็นห้องประชุมนักเรียน
พ.ศ. 2536 เปิดเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา เปิดสอน ม. 1-3
สนามบาสเกตบอล
พ.ศ. 2540 ได้รับงบประมาณต่อเติมชั้นล่าง อาคารเรียน แบบ สปช.105/29
พ.ศ. 2542 ได้รับงบประมาณมิยาซาวา สร้างถังเก็บน้ำฝน แบบ ฝ. 33 พิเศษ
พ.ศ. 2546 ได้รับงบประมาณสร้างส้วม ตามแบบ สปช. 206/29 1 หลัง 2 ที่
พ.ศ. 2555 ทางโรงเรียนได้ก่อสร้างหอสมุด ด้วยเงินบริจาค จำนวน 1 หลัง
พ.ศ.2560 ได้รับงบประมาณก่อสร้างโรงฝึกงานเอนกประสงค์ สร้างตามแบบ 102/27 จำนวน 1 หลัง 2 ห้อง
พ.ศ 2560 ได้รับงบประมาณซ่อมแซมบ้านพักครู แบบ จังหวัด จำนวน 1 หลัง
จำนวนข้าราชการทั้งสิ้น 14 คน พนักงานราชการ จำนวน 1 คน ลูกจ้างชั่วคราว 2 คน
จำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 229 คน